huay112.com สาระน่ารู้ เสียงเล่าลือของนักกีฬาแบตมินตันชายหญิงที่ฉิบหายวายวอดด้วยมือของสื่อ

เสียงเล่าลือของนักกีฬาแบตมินตันชายหญิงที่ฉิบหายวายวอดด้วยมือของสื่อ

สำหรับกระแสข่าวครึกครื้นเกี่ยวกับความสัมพัณธ์ของนักกีฬาแบตมินตันชายหญิงของกรุ๊ปญี่ปุ่น ที่ถูกเล่นข่าวเรื่องสัมพัณธ์สวาท กว่าผลการสืบสาวจะออกมาแก้เสียงครหาทั้งสอง


ถึงแม้ว่าเกียรติของทั้งคู่ก็แปลงเป็นเหยื่อของสื่อและก็สังคมกลับไปกลับมากมายเกินเลยซะแล้ว ซ้ำยังเป็นชื่นชอบบรรดาเพจคลิกเบทต่างๆพากันถูกแชร์ถูกเพิ่มเติมเนื้อหาให้ยิ่งฉาวกันมากมายก่ายกอง
จริงๆแล้วอาจจะดูได้ว่า การที่นักกีฬาที่ดีมีวินัยไม่ควรจะเกี่ยวโยงกับปัญหารักๆใคร่ๆภายในแคมป์นักกีฬานั้น ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างกฎระเบียบที่สร้างความเรียบร้อยเป็นระเบียบเรียบร้อยและก็เพื่อนักกีฬาจดจ่ออยู่กับการประลองรวมทั้งตระเตรียมอย่างมีความพร้อมเพรียงกัน
หากว่าในวงการกีฬานั้นอาจมีเกิดขึ้นบ้างสำหรับปัญหาทำนองนี้แล้วก็หากแม้มันจะเป็นความผิด แต่ก็เป็นเพียงแค่การผิดกฎข้อปฏิบัติข้างในแต่เพียงเท่านั้น
แม้กระนั้นนึกไม่ถึงว่าเดี๋ยวนี้บรรดาวงการสื่อทั้งหลายได้ถือเอาหลักสำคัญลักษณะนี้ มาเขียนพาดหัวเรื่อง กันอย่างคลุ้มคลั่งส์โดยไม่นึกถึงศีลธรรมและจากนั้นก็การกระทบรังควานตัวบุคคลนักกีฬา
แล้วก็สำหรับกรณีของนักกีฬาชายหญิงแบดมินตันของญี่ปุ่นที่ถูกยัดเยียดข้อหาว่ามีสโมสรรักๆใคร่ๆกันภายในแคมป์เก็บตัวนักกีฬา สื่อหลายที่ก็ถึงกับพากันรีบเล่นดนตรีพาดหัวเรื่องกันด้วยถ้อยคำที่แทะโลมขุดคิด เลือกเฟ้นคำจะให้มองดูตื่นเต้นดูเกิดเหตุฉาวกันอย่างเกินเลย และเกินข้อเท็จจริงถึงแม้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงรุนแรง
ทั้งเกิดเหตุที่ต้องรอผลการไต่สวนอีกด้วย ซึ่งผลสอบสวนตอนนี้ปรากฏว่า ถึงทั้งคู่จะถูกจับได้ว่าอยู่ร่วมกันในหอเดียวกันจากแค่เพียงอาศัยการสังเกตุกล้องวงจรปิดย้อนไป ซึ่งปรากฏแค่เพียงภาพของนักกีฬาหญิงเดินออกมาจากห้องของนักกีฬาชายแต่เพียงเท่านั้น
ซึ่งผลสอบสวนในครั้งหน้าได้ข้อน่าไว้วางใจว่า นักกีฬาหญิงฟุกุชิมะแม้ว่าจะได้เดินออกมาจากห้องพักของนักกีฬาชายโมโมตะจริง แม้กระนั้นก็ตามเวลาในตอน 6 นาฬิการุ่งเช้าและจากนั้นก็เป็นการเข้าไปคุยอะไรบางอย่างไปเพียงเท่านั้น ซึ่งไม่มีสิ่งใดจะสรุปเจาะจงได้ว่าความ สัมพัณธ์ใดๆนั้นจะอยู่ในวิถีทางที่เกินเลย อย่างที่สื่อหลายที่พากันเขียนโปรโมทก็หาไม่
สำหรับเรื่องในโอกาสนี้อาจเพิ่มแรงสะท้อนให้มีข้อคิดเห็นว่าสื่อเดี๋ยวนี้มีปัญหากันอยู่มากแค่ไหน เสริมเติมกับปัญหาอื่นๆที่มีสะสมอยู่แล้วในภาพลบต่อหลายเรื่องของเหตการณ์สารพันต้นแบบก่อนหน้าที่ผ่านมา
อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีเสียงสะท้อนกลับให้บรรดาสื่อทั้งหลายมีการทำที่มีศีลธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ มีการเขียนข้อมูลหรือเขียนหัวเรื่องที่คิดถึงผลพวงที่จะรังควานชีวิตคนบุคคลอื่นอย่างเข้มงวดขึ้นเนื่องจากว่าเท่าที่ยังมีพฤติกรรมราวนี้ ก็หน้าเป็นห่วงเป็นอย่างมากว่า จะมีคนอีกมากแค่ไหนควรต้องรู้สึกเหมือนกับตกตายทั้งเป็นรวมถึงอีกทั้งพัฒนาการในด้านอื่นๆของประเทศอีกกี่เรื่องที่จะจำเป็นที่จะต้องถูกถ่วงรั้ง ทุกข์ใจเนื่องจากว่าการกระทำของสื่อชนิดที่ปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมเหล่านี้อยู่ร่วมท่ามกลางชีวิตประจำวันของคนธรรมดา

 

 

อ่านต่อได้ที่นี่